เชฟโรเลต คามาโร (Chevrolet Camaro) ที่สุดแห่งมัสเซิลคาร์

รถสปอร์ตเชฟโรเลต “คามาโร” โฉมปี 2010 ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นตามนโยบายทิศทางใหม่สำหรับทั่วโลกของ จีเอ็ม เพื่อขยายแพล็ตฟอร์มรถยนต์ประเภทนั่งโดยสาร โดยเป็นโมเดลที่สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาด้านยานยนต์และกระบวนการดีไซน์อันก้าวไกลของจีเอ็มในระดับสากล สำหรับแนวคิดเบื้องต้นของคามาโรนั้นมีพื้นฐานมาจากรถมัสเซิลคาร์ ดูดุดันสไตล์อเมริกัน ผสานด้วยที่สุดแห่งเทคโนโลยีวิศวรรมยานยนต์ที่คิดค้นร่วมกันระหว่างทีมนักวิศวกรชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาและออสเตรเลีย โดยได้ทำการตรวจสอบสมรรถนะบนพื้นถนนจริงในหลายประเทศทั่วโลก และประกอบขึ้นภายในโรงงานที่ได้รับรางวัลการันตีของจีเอ็มในเมืองโอชาวา เขตออนตาริโอ ประเทศแคนาดา

เชฟโรเลต คามาโร (Chevrolet Camaro) ที่สุดแห่งมัสเซิลคาร์

เชฟโรเลต คามาโร (Chevrolet Camaro) ที่สุดแห่งมัสเซิลคาร์

จุดเด่นด้านดีไซน์
ด้วยรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ตกทอดมาจากคามาโรรุ่นก่อนๆ ทำให้สปอร์ตคูเป้สองประตูรุ่นนี้ โดดเด่นด้วยขนาดฐานล้อ 2,852 มิลลิเมตรและความยาวตลอดช่วงตัวถัง 4,836 มิลลิเมตร ความกว้างและความสูงของรถอยู่ที่ 1,918 และ 1,376 มิลลิเมตรตามลำดับ โดยคามาโรรุ่นที่ใช้ขุมพลัง วี6 มีระดับค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ 0.37 Cd. ในขณะที่รุ่น SS ที่ใช้ขุมพลัง วี8 มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.35 Cd. สำหรับรุ่นที่เป็นโมเดล SS จะมีช่องรับอากาศอยู่บนฝากระโปรงหน้า และช่องรับอากาศด้านล่างที่มีขนาดใหญ่ยิ่งขึ้น เพิ่มทั้งความดุดัน ให้ประโยชน์ในเรื่องการดักอากาศเข้าเครื่องยนต์ และเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์

คามาโร มาพร้อมเสาหลังคากลาง หรือ B Pillar ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง พ่วงมาด้วยนวัตกรรมล้ำประสิทธิภาพอันเป็นกรรมวิธีการปั๊มขึ้นรูปตัวถังด้วยโลหะแผ่นเดียว เอื้อประโยชน์ให้ได้รูปทรงด้านข้างของรถมีความสวยงามหมดจด โดดเด่นด้วยกันชนด้านข้างรถทรงครีบปลาหรือ “Gills” อันเป็นเอกลักษณ์ดั้งเดิมของคามาโร พร้อมสีสันสะดุดตาให้เลือกได้ถึง 10 เฉดสี

การตกแต่งภายใน
ห้องโดยสารมาตรฐานสำหรับ 4 ที่นั่งได้รับการดีไซน์ให้เกิดความสมดุลย์ระหว่างรูปแบบเดิมของคามาโรและการออกแบบที่ล้ำสมัยในสไตล์เรียบง่ายแต่ยังคงรายละเอียดปลีกย่อยเพื่อความประณีตสวยงาม แสงสีที่ใช้ภายในพื้นที่โดยสารมาจากระบบไฟแอลอีดีอันทันสมัย พร้อมแผงควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย “ไดร์ฟเวอร์อินฟอร์เมชั่นเซ็นเตอร์” ที่สามารถออกเสียงได้โดยอัตโนมัติ และแผงควบคุมต่างๆ ผ่านปุ่มข้างพวงมาลัยแบบมัลติฟังชั่นส์ สำหรับรุ่น LS สามารถเลือกออพชั่นติดตั้งเกจ์วัดบนแผงคอนโซล ทั้งเกจ์วัดอุณหภูมิและระดับค่าโวลต์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สแตนดาร์ดในรุ่น LT และ SS
รถสปอร์ตคามาโรใหม่ทุกรุ่นโดดเด่นด้วยสมรรถนะเหนือชั้นจากระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนโทรล มาพร้อมพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนังแท้ ทรงประสิทธิภาพแห่งการขับเคลื่อนด้วยระบบควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ รวมถึงรีโมทสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติและพอร์ตสำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ ไอพอด บลูทูธ และยูเอสบี ที่รวมอยู่ในแพ็คเกจ Driver Convenience and Connectivity เพื่อความสะดวกสบายเหนือระดับต่อผู้ขับขี่ นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถสั่งซื้อคันเกียร์แบบระยะสั้น จากเฮิร์ส (Hurst) เป็นออพชั่นเพิ่มเติมเพื่อเติมประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสุดมันส์ไปอีกขั้น

ระบบเพื่อความบันเทิงภายในของคามาโรประกอบด้วยวิทยุเครื่องเล่นแผ่นซีดีแบบแผ่นเดียวพร้อมลำโพง 6 ตัวสำหรับโมเดลรุ่น LS, LT และ SS ส่วนสุดยอดระบบเสียง “บอสตัน อาคูสติคส์” (Boston Acoustics) 245 วัตต์ พร้อมลำโพง 9 ตัวนั้น มีให้เลือกเป็นออพชั่นสำหรับโมเดลรุ่น LT และ SS

พลังเหนือสมรรถนะ
ทั้งคามาโรรุ่น LT และ LS ต่างมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด วี6 ความจุ 3.6 ลิตร ไดเร็กอินเจ็คชั่น พละกำลังสูงสุด 304 แรงม้า แรงบิด 370 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นสเปกเครื่องยนต์รุ่นเดียวกับคามาโร สีเหลือง หรือ “บัมเบิลบี” จากเรื่อง ทรานส์ฟอร์เมอร์ส ที่ทางเชฟโรเลต ประเทศไทยนำมาแสดงในงานนี้ แม้ว่าคามาโรใหม่จะมีอัตราส่วนกำลังอัดที่ 11.3:1 แต่ขุมพลังจากเครื่องยนต์ 3.6 ลิตร DI รุ่นนี้ก็ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อการขับเคลื่อนอันลื่นไหลแบบไม่มีสะดุดโดยใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงไร้สารตะกั่ว

คามาโร โมเดล SS นั้นใช้เครื่องยนต์ 2 รุ่นที่มีประสิทธิภาพเร้าใจ เป็นบล็อก วี8 เอียงทำมุม 90 องศา ความจุมหาศาล 6.2 ลิตร ผลิตจากอลูมิเนียมพร้อมกล่องลูกสูบทรงกระบอกทำจากเหล็กพร้อมหัวสูบอลูมิเนียม แข็งแรงทนทาน รวมถึงที่รองน้ำมันใต้เครื่องยนต์ทำจากอลูมิเนียมหล่อ และหัวสูบสองวาล์วที่ดีไซน์มาจากหลักพลศาสตร์การไหลเวียนอากาศซึ่งได้รับการทดสอบและรับรองด้วยมาตรฐานอันน่าเชื่อถือสำหรับรถแข่งแนสคาร์โดยเฉพาะ

ขุมพลังของคามาโร SS รุ่นแรกใช้รหัส L99 มีพละกำลังสูงสุดถึง 400 แรงม้า ที่ 5,900 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 556 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที ส่วนอีกหนึ่งรุ่นรหัส LS3 ได้รับการพัฒนาให้มีพละกำลังสูงสุดถึง 426 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 569 นิวตันเมตร เอ้าท์พุทของเครื่องยนต์ L99 จะต่ำกว่าโดยผ่านอัตราส่วนกำลังอัดที่ 10.4:1 ต่อ 10.7:1 มีระบบจัดการการจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบพิเศษหรือ Active Fuel Management System ที่จะช่วยให้ประหยัดเชื้อเพลิงในรอบต่ำ ซึ่งเครื่องยนต์ L99 นี้ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

ทั้งคามาโรรุ่น LT และ LS ใช้ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดเป็นออพชั่นพิเศษ ส่วนในโมเดลที่ใช้เครื่องยนต์ 3.6 ลิตร จะใช้ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด AY6 จาก Aisin พร้อมเสริมออพชั่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Hydra-Matic 6L50 ขณะที่รุ่น SS ใช้ระบบเกียร์ธรรมดาแบบช่วงสั้น 6 สปีด Tremec TR 6060 พร้อมออพชั่นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Hydra-Matic 6L80 ให้เลืือกพิเศษ

ระบบเกียร์อัตโนมัติทั้งสองรุ่นเน้นการผสานนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการการเร่งเครื่องและการประหยัดน้ำมันที่เหนือกว่า โดยคันบังคับเกียร์จะติดตั้งอยู่ที่พวงมาลัยรถและควบคุมด้วยระบบอันเหนือชั้น Performance Algorithm Shifting

แซสซิสและระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน
คามาโร โฉมใหม่ได้อัพเกรดระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือนทั้งในส่วนหน้าและส่วนหลังของตัวรถที่ทำงานแยกเป็นอิสระอย่างเต็มที่ด้วยซัสเพนชั่นลิงค์ 4.5 รองรับแรงกระแทกตรงส่วนหลัง โดยรถโมเดลที่ใช้ขุมพลัง วี6 จะมีแพ็คเกจระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน FE2 สำหรับรถสปอร์ต และรถโมเดลที่ใช้ขุมพลัง วี8 จะใช้แพ็คเกจ FE3 สำหรับรถสมรรถนะสูงสุดโดยเฉพาะ ทั้งนี้ ระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือนในส่วนหน้าประกอบด้วยแท่นรักษาสมดุลย์การทรงตัวโดยตรงของตัวถัง ในขณะที่ในส่วนหลังจะมีหน้าที่ในการสร้างการยึดเกาะถนนที่ดีในแนวขวางเพื่อการควบคุมการขับขี่ที่เสถียรยิ่งขึ้น โดยมีโช้คอัพพร้อมขดลวดสปริงติดตั้งอยู่ในส่วนหลังนี้ด้วย พื้นที่ส่วนหน้าของรถคามาโรทุกโมเดลมีความยาว 1,618 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังของโมเดล LS และ LT ยาว 1,628 มิลลิเมตร และ 1,618 มิลลิเมตรสำหรับรุ่น SS

อุปกรณ์พิเศษอื่นๆ รวมถึงดิสก์เบรค 4 ล้อ โดยใช้เบรคจากเบรมโบ (Brembo) 4 ลูกสูบในรุ่น SS พร้อมระบบไฮโดรลิกช่วยเบรค ระบบควบคุมความเสถียรอิเล็คทรอนิคส์ StabiliTrak และเพอร์ฟอร์มมานซ์ ลอนช์ คอนโทรลในรุ่น SS ที่ใช้เกียร์ธรรมดา

ในรุ่น LS และ LT ใช้ยางขนาด 18 นิ้วหรือเลือกออพชั่นเป็น 19 นิ้วได้ และสำหรับรุ่น SS ใช้ยางขนาด 19 นิ้วเป็นสแตนดาร์ดพร้อมเลือกเปลี่ยนออพชั่นเป็น 20 นิ้ว ส่วนยางรถยนต์ขนาด 21 นิ้ว มีวางจำหน่ายพิเศษโดยเฉพาะ

ระบบความปลอดภัย
คามาโร เน้นระบบความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานสมบูรณ์แบบ นอกจากโครงสร้างบอดี้รถอันแข็งแกร่งที่มาพร้อมห้องโดยสารที่มีความปลอดภัยสูงสุดแล้ว ระบบรักษาความปลอดภัยของคามาโรยังประกอบไปด้วย:

• ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบสองจังหวะ
• ถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับที่นั่งคู่หน้าแบบติดตั้งที่เบาะนั่ง
• ม่านถุงลมนิรภัยสำหรับที่นั่งคู่หน้าและคู่หลัง
• เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าระบบดึงกลับอัตโนมัติ
• ระบบตรวจจับผู้โดยสารเบาะหน้าที่สามารถระบุได้ว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่รูปร่างเล็กนั่งอยู่ เพื่อทำการปรับระดับการพองตัวออกของถุงลมนิรภัยในกรณีฉุกเฉินอย่างเหมาะสม

 

 

ที่มา:
ThaibusinessPR.com

http://www.thaibusinesspr.com/chevrolet-camaro/

http://www.thaibusinesspr.com/chevrolet-aveo-16l/



You must be logged in to post a comment Login